1. เลือกแหล่งสินค้าที่ใช่
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเราจะสั่งจากที่ไหน ซึ่งแพลตฟอร์มยอดนิยมมี 3 แห่งหลักๆ:
-
1688.com: เน้นราคาส่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสั่งจำนวนมากเพื่อไปขายต่อ
-
Taobao: เน้นขายปลีก สินค้าแฟชั่นตามเทรนด์เยอะ ไม่มีขั้นต่ำในการสั่ง
-
Tmall: เน้นสินค้าแบรนด์คุณภาพสูง มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าร้านทั่วไป
2. สมัครสมาชิกและรับที่อยู่โกดังจาก JPM Shipping
หัวใจสำคัญของการนำเข้าคือ “ที่อยู่โกดังจีน” เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ในจีนไม่ส่งสินค้าข้ามประเทศโดยตรง
-
เข้าไปที่เว็บไซต์หรือ Line Official ของ JPM Shipping เพื่อสมัครสมาชิก
-
คุณจะได้รับ “รหัสสมาชิก” และ “ที่อยู่โกดังจีน” (ภาษาจีน)
-
สำคัญมาก: ทุกครั้งที่สั่งของ ต้องใส่รหัสสมาชิกหลังชื่อผู้รับเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่คัดแยกสินค้าได้ถูกต้องว่าของชิ้นนี้เป็นของคุณ
3. กดสั่งซื้อและแจ้งขนส่ง
เมื่อได้ที่อยู่แล้ว ให้คุณนำไประบุในช่องที่อยู่จัดส่งบนแอป Taobao หรือ 1688 หลังจากร้านค้าส่งของออกมาแล้ว ให้ทำดังนี้:
-
คัดเลขพัสดุ (Tracking Number) จากแอปจีน
-
นำมาเพิ่มเข้าระบบของ JPM Shipping เพื่อแจ้งว่า “กำลังมีของมาส่งนะ”
-
เลือกประเภทบริการ (เช่น ฝากส่งอย่างเดียว หรือให้ช่วยสั่งซื้อด้วย)
4. เลือกประเภทการขนส่ง (ทางบก vs ทางเรือ)
เมื่อสินค้าถึงโกดังจีน JPM Shipping จะเตรียมส่งของกลับไทย ซึ่งคุณต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับสินค้า:
| ประเภทขนส่ง | ระยะเวลาโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ |
| ทางรถ (Land) | 5 – 7 วัน | สินค้าทั่วไป, เสื้อผ้า, ของที่ต้องการขายเร็ว |
| ทางเรือ (Sea) | 15 – 20 วัน | สินค้าขนาดใหญ่, น้ำหนักเยอะ, เน้นประหยัดต้นทุน |
5. ชำระค่าขนส่งและรอรับของที่บ้าน
เมื่อสินค้าเดินทางถึงโกดังในไทย JPM Shipping จะแจ้งค่าขนส่งตามน้ำหนักหรือปริมาตร (CBM)
-
เช็คสถานะ: คุณสามารถตรวจสอบผ่านระบบได้ตลอดว่าของถึงไหนแล้ว
-
ชำระเงิน: จ่ายค่าขนส่งตามจริง ไม่มีค่าภาษีนำเข้าจุกจิกเพราะรวมอยู่ในบริการแล้ว
-
รับของ: รอรับสินค้าที่หน้าบ้านผ่านขนส่งเอกชนในไทย (Flash, J&T) หรือมารับเองที่โกดัง
💡 เคล็ดลับสำหรับมือใหม่
-
ตรวจเช็คเครดิตร้านค้า: ดูจำนวนดาวและรีวิวในแอปจีนก่อนสั่งเสมอ
-
สั่งตัวอย่างก่อน: หากจะสั่งจำนวนมาก ควรสั่งมาดูคุณภาพ 1-2 ชิ้นก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาด
-
ใช้บริการเสริม: หากเป็นของแตกหักง่าย แนะนำให้สั่ง “ตีลังไม้” เพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย
การสั่งของจากจีนผ่าน JPM Shipping ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากเรื่องเอกสารนำเข้าและภาษี ทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการตลาดและการขายได้มากขึ้นครับ
คุณกำลังวางแผนจะนำเข้าสินค้าประเภทไหนเป็นพิเศษไหมครับ? เผื่อผมจะช่วยแนะนำแนวทางการเลือกขนส่งให้เหมาะสมกับสินค้าชนิดนั้นๆ ได้มากขึ้นครับ






